กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ” ลงพื้นที่สำรวจความ
พร้อมก่อนผุดย่านนวัตกรรมพร้อมดึง 10 บริษัทดังเฟ้น 5 พันสตาร์ท อัพโกอินเตอร์

  • กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ” ลงพื้นที่สำรวจความ
    พร้อมก่อนผุดย่านนวัตกรรมพร้อมดึง 10 บริษัทดังเฟ้น 5 พันสตาร์ท อัพโกอินเตอร์

    กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชู “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ” ศูนย์กลาง
    พื้นที่นวัตกรรมธุรกิจคนรุ่นใหม่ จับมือกับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนสร้างระบบนิเวศรองรับ
    การเติบโตของสตาร์ทอัพ โชว์ความพร้อม พื้นที่สร้างกำลังคนสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ “เคเอ็กซ์”
    (KX) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์บ่มเพาะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ “ทรู อินคิวบ์”
    (True Incube) และ พื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพ “วีโคซิสเต็ม”(Wecosytem) เตรียมผุดย่าน
    นวัตกรรมกรุงเทพ อาทิ โยธี ปทุมวัน คลองสาน รัตนโกสินทร์ กล้วยน้ำไท ลาดกระบัง ปุณณ
    วิถีและบางซื่อ ดึง 10 บริษัทดังปั้น 5 พันสตาร์ทอัพโกอินเตอร์


    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    เมื่อวันที่ 22 มกราคม ดร.สุวิทย์เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) พร้อมผู้บริหาร
    สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจความพร้อมในการส่งเสริม
    ธุรกิจสตาร์ทอัพของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.) (องค์การมหา
    ชน) ให้การสนับสนุนใน 3 จุดสำคัญ ประกอบด้วย พื้นที่ในการสร้างกำลังคนสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ
    “เคเอ็กซ์”(KX) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์บ่มเพาะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ “ทรู
    อินคิวบ์”(True Incube)และ พื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพ “วีโคซิสเต็ม”(Wecosytem) เพื่อส่ง
    เสริมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งการเริ่มต้นของธุรกิจสตาร์ทอัพ

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    โดยจุดแรก ดร.สุวิทย์ ได้ไปชมพื้นที่ในการสร้างกำลังคนสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ “เคเอ็กซ์” มหาวิทยา
    ลัยพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) ซึ่ง มจธ.เป็น 1 ใน 30 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่ร่วมมือกับกระทรวง
    วิทยาศาสตร์ฯ ในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้างภาวะความเป็นผู้ประกอบการ และเป็นศูนย์การ
    พัฒนาแนวความคิดสู่ธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพนักศึกษา อาจารย์ บุคลา
    กรของมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ให้มีทักษะในการประกอบธุรกิจ
    สตาร์ทอัพหรือธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และสร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่
    สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งนี้ มีเป้าหมายคือการนำความรู้และนวัตกรรมไปใช้งานจริงใน
    การทำธุรกิจสตาร์ทอัพ

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    จากนั้น ดร.สุวิทย์ ได้นำสื่อมวลชนขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีวงเวียนใหญ่ไปสู่สถานีสยาม
    สแควร์ เยี่ยมชมศูนย์บ่มเพาะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ “ทรู อินคิวบ์” ซึ่งศูนย์บ่มเพาะแห่งนี้
    เป็นผู้นำด้านสตาร์ทอัพที่ครบวงจรที่สุดในการให้บริการและส่งเสริมสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวไกล
    สู่ระดับโลกด้วยระบบนิเวศระดับภูมิภาคในการส่งเสริมนวัตกรรมและธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
    ทั้งการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างนวัตกรรม บ่มเพาะธุรกิจ และการลงทุน

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    ต่อมา ดร.สุวิทย์ ได้นำคณะไปยังจุดที่สามคือพื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพ “วีโคซิสเต็ม” พื้น
    ที่สร้างวัฒนธรรมใหม่การดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ โดยได้นำแนวคิดการสร้างผู้ประกอบ
    การจากหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันการศึกษาทั่วโลกรวบรวมมาจัดการสอนในรูปแบบการฝึก
    อบรม เพื่อสร้างไอเดียใหม่ให้ผู้ประกอบการให้สามารถปรับกระบวนการคิด การออกแบบ การใช้
    นวัตกรรมและเทคโนโลยี และเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมต่อการทำธุรกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้
    ธุรกิจถูกทำลายด้วยเทคโนโลยี โดยกลุ่มเป้าหมายของวีโคซิสเต็มได้แก่ ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม
    ทั้งสตาร์ทอัพ , เอสเอ็มอี และนักวิจัย รวมถึงนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ
    ที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    ดร.สุวิทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้ง 3 จุด คือ เคเอ็กซ์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์บ่มเพาะ
    เพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ ทรู อินคิวบ์และพื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพ วีโคซิสเต็มถือเป็น
    ส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งการเริ่มต้น
    สตาร์ทอัพ เนื่องจาก กรุงเทพฯ ถือเป็นอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับชาวสตาร์ทอัพในเอเชีย
    และเป็นอันดับ 7 ของโลกเพราะมีตัวเลขของการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อ
    เนื่อง ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ได้รับความสนใจในกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน : FinTechและในกลุ่มอื่นๆ
    ด้วย
    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”
    ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางที่เหมาะสมสำหรับการผลักดันธุรกิจดังกล่าวสู่ภูมิภาค
    อาเซียนไปพร้อมกับประชากรจำนวนมหาศาลและการเติบโตของชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    โดยย่านนวัตกรรมของกรุงเทพฯ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะผลักดันให้เป็นเมืองแห่งการเริ่ม
    ต้นสตาร์ทอัพ อาทิ โยธี ปทุมวัน คลองสาน รัตนโกสินทร์ กล้วยน้ำไท ลาดกระบัง ปุณณวิถี
    และบางซื่อ จากนั้นจะขยายไปสู่ย่านนวัตกรรมในแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีก 4
    ย่าน ได้แก่ บางแสน ศรีราชา พัทยา อู่ตะเภา – บ้านฉาง ก่อนจะขยายไปสู่กลุ่มเครือข่ายย่าน
    นวัตกรรมภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ตและฉะเชิงเทรา

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพขณะนี้มีประมาณ 8 พันราย
    โดยจะยกระดับสตาร์ทอัพ 5 พันรายปั้นให้เป็นกองทัพแห่งเศรษฐกิจอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย
    วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะนี้ กระทรวงฯ ได้ประสานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับ
    โลก 10 ราย อาทิ เครื่อเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทเบทาโกร จำกัด บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
    บริษัท ปตท.จำกัด เป็นต้นให้ร่วมขับเคลื่อนสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกต่อไป


    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”


    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”


    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”


    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”

    กระทรวงวิทย์ ปั้น “กรุงเทพฯ เมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ทอัพ”





    Share FB

    23012561



Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias