• รมว.ทส.เร่งรัด จนท.บูรณาการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย

    พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    (ทส.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุเซินกา ที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมทางภาคตะวัน
    ออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า
    ไหลหลาก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างหนักใน 19 จังหวัดขณะนี้ จึงได้สั่ง
    การให้ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดของกระทรวง โดยเฉพาะผู้อำนวยการสำนักงาน
    ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ภาคเหนือและอีสาน ที่เป็น
    ศูนย์ประสานงาน ทส.ในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทก
    ภัยครั้งนี้อย่างเต็มที่


    สำหรับกำลังพลที่จะเข้าไปช่วยเหลือราษฎรซึ่งประสบภัยนั้น ให้ประสานเจ้าหน้าที่กรม
    อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.)และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้(ปม.)ให้ความร่วมมือ
    และสำนักการบิน เตรียมยานพาหนะ สนับสนุนภารกิจตามความเหมาะสม โดยเฉพาะใน
    พื้นที่ที่เส้นทางถูกตัดขาด เข้าถึงได้ยาก รวมถึงพื้นที่ที่ประสบปัญหาหนัก เช่น จ.สกลนคร
    จ.อำนาจเจริญ นอกจากนี้ ยังกำชับให้ผอ. ทสจ.เกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่และรายงาน
    สถานการณ์ให้สป.ทส.ทราบความคืบหน้าเป็นระยะ อีกทั้ง หลังน้ำลดให้เร่งสำรวจความ
    เสียหายพร้อมแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดต่อไป



    รมว.ทส.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ แต่ละหน่วยงานของ ทส.ได้ลงพื้นที่ไป
    ช่วยบรรเทาความเดือดร้อยของประชาชนที่ประสบอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง ในส่วน
    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล รายงานผล
    การปฎิบัติงานตามนโยบายดังกล่าวระหว่างวันที่ 29 - 30 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เจ้า
    หน้าที่อุทยานฯภูผายลเข้าช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2 จุดคือ จุดที่ 1 บริเวณ
    สามแยกอำเภอเต่างอย จ.สกลนคร และจุดที่2 บริเวณเส้นทางบ.กกตูม ต.กกตูม -
    บ.มะนาว ต.พังแดง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร



    ขณะเดียวกันกรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 3 จ.อุดรธานี ได้รับมอบหมาย
    จากผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังและ
    น้ำท่วมขังซ้ำซาก 5 แห่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรฯและเขตเทศบาลรอบนอก พร้อมกันนี้
    ได้สนับสนุนน้ำดื่ม 2,000 ขวดช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสกลนครอีกด้วย

    ในส่วนของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 มอบหมายเจ้าหน้าที่ส่วนบริหารจัดการน้ำ นำ
    เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 1 ชุดออกไปสูบน้ำช่วยเหลือราษฎรที่น้ำท่วมบ้านโนนตุ่น ต.
    ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 5 ได้ลงพื้นที่ติดตาม
    สถานการณ์อุทกภัยใกล้ชิด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว ในเทศบาลต.หัวทะเล
    2 ชุด และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลา บ้านจามจุรีจำนวน 1 ชุด เพื่อเตรียม
    การกรณีน้ำท่วมขังตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมามอบหมาย



    อีกทั้งยังได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าน้ำ
    หลาก-ดินถล่ม (Early Warning System) ให้ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้ง
    เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ทันท่วงที โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลสถาน
    การณ์อุทกภัยได้ทางเว็บไซต์ http://mekhala.dwr.go.th/


    นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส.ทุกพื้นที่ให้ความช่วย
    เหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง
    ให้การสนับสนุน ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเร่งด่วนเต็มกำลัง เช่น กรมป่าไม้
    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้มอบหมาย
    ให้หน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์, สำนัก
    จัดการทรัพยากรป่าไม้, สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน
    ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยนำกำลังพล ยานพาหนะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และจัด
    กำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
    ร่วมบริจาคน้ำดื่ม พร้อมทั้งสิ่งของอุปโภค-บริโภค และมอบเงินสดให้กับผู้ประสบอุทก
    ภัย ส่งรถผลิตน้ำบาดาลสะอาดและจัดหาภาชนะบรรจุน้ำแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่
    ร้อมทั้งสำรวจและพัฒนาบ่อน้ำบาดาลให้สามารถนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ และจัดกำลัง
    เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งเข้าช่วยทำความสะอาดเก็บขยะและกวาดถนนในพื้นที่ที่น้ำลดลง
    แล้ว

    พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาอุทกภัยขณะนี้ ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่
    ทส.บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดูแลช่วยเหลือในระยะ
    นี้เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าระยะสั้น โดย ทส. จะติดตามและเฝ้าระวัง
    สถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุ
    อย่างทันท่วงที พร้อมทั้ง สนับสนุนให้มีการดูแลความปลอดภัยและประชาสัมพันธ์ถึง
    สถานการณ์น้ำ

    "หลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ต้องวางแผนระยะยาว ป้องกันไม่เกิดเหตุซ้ำอีก ซึ่งจะ
    เน้นย้ำเรื่องการทำความเข้าใจสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้ดูแลพื้นที่ป่า รักษ์
    สิ่งแวดล้อมต้นน้ำในชุมชนอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือ การเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้ง
    การรักษ์ผืนป่า บริหารจัดการน้ำ ป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง เพราะการมีส่วนร่วมของคน
    ในชุมชนเท่ากับสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ เกิดความหวงแหน ช่วยกันรักษาเป็น
    หูเป็นตา ลดการทำลายป่า สิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ผลที่ตามมาก็คือลดความสูญ
    เสียเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำแล้ง น้ำท่วมได้อย่างเป็นรูปธรรมในที่สุด"
    รมว.ทส.กล่าว

    30817



Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias