• อ่างเก็บน้ำพระราชา"นฤบดินทรจินดา"
    ประโยชน์ชัด...ทั้งบรรเทาปัญหาน้ำและสิ่งแวดล้อม


    "อ่างเก็บน้ำของพระราชา" นับจากนี้เป็นต้นไป เชื่อว่าพวกเราคนไทยคงจะเริ่มคุ้นเคยกับ
    ถ้อยคำประโยคนี้มากขึ้น นั่นเป็นเพราะ "อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา" โครงการห้วยโสมง
    อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "อ่างเก็บน้ำของพระราชา"
    และใช้เวลาก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2553 นั้น บัดนี้การก่อสร้างในส่วนของตัวอ่างเก็บน้ำและ
    อาคารประกอบได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมแล้วสำหรับการเป็นแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหา
    ให้กับประชาชนในลุ่มน้ำปราจีนบุรี

    อ่างเก็บน้ำพระราชา"นฤบดินทรจินดา"

    ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ช่วยราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า อ่างเก็บ
    น้ำนฤบดินทรจินดา หรือที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยในชื่อเดิม คือ "โครงการห้วยโสมงอันเนื่อง
    มาจากพระราชดำริ" เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริ
    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีเป้าหมายสำคัญ
    คือ การบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งช่วยรักษา
    ระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม น้ำเน่าเสีย ในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง

    ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้ได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อ
    เนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2552 อนุมัติให้กรมชลประทานเริ่มดำเนิน
    การก่อสร้างโครงการ และต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
    มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อว่า "อ่างเก็บ
    น้ำนฤบดินทรจินดา"หมายถึง"อ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระ
    เจ้าอยู่หัว"และนับได้ว่าเป็นอ่างเก็บน้ำแห่งสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระองค์

    อ่างเก็บน้ำพระราชา"นฤบดินทรจินดา"

    ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาตั้งอยู่ที่บ้านแก่งยาว ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัด
    ปราจีนบุรี ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 32.75 เมตร กว้าง 9 เมตร ยาว 3,967.51 เมตร ความจุ
    295 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยขณะนี้การก่อสร้างในส่วนอ่างเก็บน้ำได้เสร็จสมบูรณ์โดย
    สามารถเริ่มเก็บกักน้ำได้ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ส่วนการก่อสร้างระบบชลประทานคาดว่า
    จะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีกมากถึง
    111,300 ไร่

    อ่างเก็บน้ำพระราชา"นฤบดินทรจินดา"

    ด้าน นายสุชาติ ธนะพฤกษ์ เกษตรกรเจ้าของ"สวนนายแป๊ะ" เลขที่ 182 หมู่ 2 ตำบลแก่งดินสอ
    อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานและทุเรียนบนพื้นที่กว่า 60 ไร่
    แม้จะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่จะรับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาโดยตรงจากระบบชลประ
    ทานที่กำลังก่อสร้างอยู่ แต่ก็เป็นเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากการระบายน้ำลงลำน้ำเดิม เปิด
    เผยว่า ในอดีตจังหวัดปราจีนบุรีมักประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เพราะไม่มี
    แหล่งเก็บกักน้ำที่ไหลมาจากห้วยโสมง ดังนั้นเมื่อถึงฤดูฝนจึงมักเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การ
    เกษตร ชุมชน บ้านเรือน และพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ ขณะที่พอถึงหน้าแล้ง น้ำในลำห้วยก็ไหลออก
    ไปจนหมดจนเกิดภัยแล้ง สร้างความเสียหายแก่พื้นที่การเกษตรบริเวณท้ายน้ำและยังเกิดปัญหา
    น้ำเค็มรุกล้ำ น้ำเน่าเสีย จนทำให้บางปีชาวบ้านต้องเดือดร้อนหนัก เพราะไม่มีน้ำสำหรับผลิตน้ำ
    ประปา

    อ่างเก็บน้ำพระราชา"นฤบดินทรจินดา"

    นายสุชาติ กล่าวต่อว่า หลังจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาเริ่มเก็บกักน้ำตั้งแต่ปี 2559 ที่
    ผ่านมา ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องประสบกับเหตุน้ำท่วมรุนแรงอีกเลย
    ส่วนภัยแล้งก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเมื่อมีอ่างเก็บน้ำก็ทำให้มีน้ำเพียงพอที่จะปลูกพืชผลทาง
    การเกษตร รวมทั้งไม่มีปัญหาน้ำเค็มดันเข้ามาอีกเลยในปีนี้ในส่วนของพื้นที่สวนผลไม้ของ
    ผมถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ในเขตการส่งน้ำของโครงการ แต่ก็ได้รับประโยชน์จากการ
    ระบายน้ำลงลำห้วยในฤดูแล้ง เนื่องจากระดับน้ำในลำน้ำสูงขึ้น ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการ
    สูบน้ำน้อยลง ส่วนในฤดูฝน ก่อนหน้ามีอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ก็เกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี หลัง
    จากที่มีอ่างเก็บน้ำปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป

    นายนิรันดร์ บัวจู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผย
    ว่า ในอดีตพื้นที่อำเภอนาดีไม่ได้เพียงแต่จะต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเท่านั้น
    แต่ด้วยความที่มีอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติทับลาน
    ซึ่งมีป่าไม้และสัตว์ป่าจำนวนมาก ทำให้ที่ผ่านมามักต้องเผชิญกับปัญหาการบุกรุกป่า ไฟป่า
    และการลักลอบล่าสัตว์อย่างต่อเนื่อง แต่ภายหลังจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาเริ่มเก็บ
    กักน้ำเมื่อปี 2559 ก็ทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป"เมื่อก่อนปัญหาเยอะมาก อย่างแรกเลย คือ
    ไฟป่า ถ้ามองไปตามขอบเขาในช่วงหน้าแล้งจะไม่เห็นเป็นป่าเขียวขจีเหมือนทุกวันนี้ เพราะ
    จะถูกไฟป่าเผาหมด ปัญหาอีกอย่าง คือ เรื่องการล่าสัตว์ป่า

    โดยเฉพาะช่วงเดือนสี่เดือนห้าซึ่งจะมีแหล่งน้ำหรือคลองเล็กคลองน้อยตามหย่อมเขาและ
    มีสัตว์ป่าลงมาหากิน ซึ่งกลุ่มนายพรานมันรู้ดี จึงมาใช้เป็นจุดซุ่มดักยิงสัตว์ป่ากันตรงนี้ แต่
    หลังจากมีอ่างเก็บน้ำ สัตว์ป่าก็กินน้ำได้จากทุกที่ นายพรานก็เข้ามาไม่ได้ รวมถึงพวกตัดไม้
    ทำลายป่าด้วย ขณะที่ไฟป่าก็หมดไป เพราะป่าชุ่มชื้นขึ้น จนตอนนี้ชาวบ้านสบายใจได้แล้ว"

    นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หมดไปแล้ว กรมชลประทานร่วมกับ
    กรมประมง ยังได้จัดหาพันธุ์ปลามาปล่อยลงในแหล่งน้ำ ทำให้เกิดอาชีพประมงขึ้น มีชาว
    บ้านทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาหาปลาในอ่างเก็บน้ำมากขึ้นบรรดาผู้นำชุมชนจึงร่วมกับเจ้า
    หน้าที่กรมชลประทานวางแนวทางจัดระเบียบการจับปลาให้เกิดความเรียบร้อยตั้งแต่เนิ่นๆ
    โดยเฉพาะการจัดตั้งสหกรณ์แพปลาห้วยโสมงขึ้น ใครจับปลาได้ก็ให้นำมาขายกับสหกรณ์
    ผลกำไรที่ได้นำมาแบ่งปันกัน และนำรายได้ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์

    รวมทั้งไปซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยเพิ่ม ชาวบ้านที่ไม่มีอาชีพ ไม่ได้ทำงานโรงงาน ก็สามารถ
    มีรายได้จากการหาปลา รวมทั้งคนที่ไปทำงานต่างจังหวัด ก็กลับคืนถิ่นมาประกอบอาชีพที่
    บ้านเกิดของตนเอง ถือเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับชาวบ้าน และเป็นการทำ
    ให้ท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็งอย่างถาวร

    และนี่ก็เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า "อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา" มิได้มีคุ
    ณค่าเพียงแค่การแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อปัดเป่าปัญหาให้แก่ประชาชนลุ่มน้ำปราจีนบุรีเท่านั้น
    แต่ยังมีคุณค่ามหาศาลที่ครอบคลุมไปถึงการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนา
    และสร้างความมั่นคงให้กับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเหมาะสมและคู่ควรอย่างยิ่งกับ
    สมญานาม"อ่างเก็บน้ำของพระราชา"


    Share FB





Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias