• ทส.เปิด"ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า"
    รุกคืบทวงคืนผืนป่า-ปราบปรามกลุ่มอิทธิพลผู้บุกรุก


    ประเทศไทยเคยได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินเต็มไปด้วยทรัพยากร"ป่าไม้" ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
    แต่ในช่วงระยะเวลาไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ป่าไม้ของเรากลับถูกบุกรุกคุกคามจนลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก
    ในปี พ.ศ.2516 ที่เราเคยมีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศถึง 138 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 43.2% ของพื้นที่ประเทศ
    แต่จากข้อมูลของกรมป่าไม้เมื่อปี 2558 กลับพบว่าเนื้อที่ป่าไม้ในบ้านเราลดเหลือเพียง 102 ล้าน
    ไร่ หรือคิดเป็น 31.6% ของพื้นที่ประเทศเท่านั้น



    หรือหากจะพูดให้ชัดเจนขึ้น ก็คือ ในช่วงเวลา 40 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สูญเสียพื้นที่ป่าไปแล้ว
    ถึงกว่า 36 ล้านไร่!ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราต้องสูญเสียป่าไม้ไปอย่างมากมายขนาดนี้ ย่อมหนีไม่
    พ้นปัญหาหลักเพียงไม่กี่อย่างที่เป็นสาเหตุหลัก นั่นคือ การลักลอบตัดไม้ การบุกรุกเพื่อแสวงหาที่ทำกินของ
    ประชาชน และการลักลอบเข้ามาถือครองพื้นที่เพื่อก่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ หรือผลประโยชน์อื่นๆ
    ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลทางสังคม



    นี่จึงสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการมาตรการต่างๆที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้
    สามารถกอบกู้วิกฤติและพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับคืนมาอย่างเร่งด่วน!ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี ที่คณะ
    รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ
    มนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของ
    ประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการกับกลุ่มผู้บุกรุก และแสวงประโยชน์ในการใช้พื้นที่ป่าไม้โดยมิชอบ
    อย่างเด็ดขาด

    โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการปฏิบัติ
    ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน
    (กอ.รมน.), กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,กรมสอบ
    สวนคดีพิเศษ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุกจริตในภาครัฐ และสำนักงานป้องกัน
    และปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาสามารถดำเนินการทวงคืนผืนป่าได้แล้วจำนวน
    349,000.76 ไร่ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ จำนวน 212,498.37 ไร่

    ขณะที่มาตรการหนึ่งที่ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด
    ล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เพื่อให้การบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีศูนย์
    กลางในการประสานการปฏิบัติที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาช่วยเหลือ
    ในการวิเคราะห์และติดตามผลการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การจัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า"
    (ศปก.พป.) ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทาง
    ทะเลและชายฝั่ง โดยมีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับ ศูนย์ปฏิบัติการของ กอ.รมน., เหล่าทัพ,
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง โดยมีดำเนินงานภารกิจสำคัญประกอบด้วย
    1.มุ่งเน้นในพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่มีนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง
    2.คดีที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่มิชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ป่า
    3.การทำไม้มีค่าที่กระทำเป็นขบวนการเพื่อลักลอบไปจำหน่ายต่างประเทศ
    4.การลักลอบมีหรือค้าสัตว์ป่า
    5.ลดกลุ่มอิทธิพลที่เกี่ยวกับเครือข่ายการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า

    ทั้งนี้ การดำเนินการของ ศปก.พป. จะอยู่ภายใต้การกำกับของ "คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการ
    พิทักษ์ป่า" ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติของ ศปก.พป.
    มีเป้าหมาย และทิศทางที่ชัดเจน มีความสุภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ บนพื้นฐานของ
    การรักษาผลประโยชน์ของชาติอันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาล นั่นคือ "การทวงคืนผืนป่าให้
    กับแผ่นดิน" เพื่อสร้างมั่นคงให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้ได้อย่าง
    เป็นรูปธรรมและยั่งยืนตลอดไป

 
 
copyrigh2017.medias-center.com, Allrights reserved by Wandit Medias