">
ลอยกระทงแบบรักสิ่งแวดล้อม กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด ส่วนกระทงขนมปังกลาย

  • ลอยกระทงแบบรักสิ่งแวดล้อม กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด ส่วนกระทงขนมปังกลาย
    เป็นผู้ร้ายอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้น้ำเน่าเสีย ทำลายสิ่งแวดล้อม

    ขยะและน้ำเน่าเสียจากประเพณีความเชื่อของไทยอย่างเทศกาลลอยกระทง ที่จะลอยกระทงกัน
    ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เพื่อสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำที่ให้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ และ
    เพื่อขอขมาพระแม่คงคาที่ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงไปในน้ำทำให้น้ำไม่สะอาด แต่ในปัจจุบันวัน
    ลอยกระทง กลับเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้น้ำเน่าเสีย ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นได้ชัด
    ลอยกระทงแบบรักสิ่งแวดล้อม กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด ส่วนกระทงขนมปังกลาย

    ผศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์
    เฟซบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripant แสดงความเห็นถึงกรณี “กระทงขนมปัง” ทำลาย
    ธรรมชาติอย่างไร? โดย อ.เจษ ระบุว่า

    “กระทงขนมปัง” คือ กระทงที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด ควรหลีกเลี่ยงถ้าคิดจะลอยถ้ายังตัดใจ
    เลิกลอยกระทงไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอให้หลีกเลี่ยงความเชื่อผิดๆ เรื่อง “ลอยกระทงขนมปังเพื่อ
    สิ่งแวดล้อม” ครับ กระทงขนมปังเนี่ย ทำน้ำเน่าเสียมากกว่าอย่างอื่น เพราะกระทงขนมปัง มัน
    เป็นสารอินทรีย์ ลงน้ำก็ยุ่ยและเน่าอย่างรวดเร็ว จะเก็บขึ้นแบบกระทงใบตองหรือโฟมก็ไม่ได้
    ปลาก็ไม่ค่อยกิน แล้วถ้ากินไม่หมด มันก็จะกลายเป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ให้น้ำ ทำให้น้ำ
    เน่าเสียหนักขึ้นอีก

    ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า กระทงขนมปัง ถ้า
    ใช้ลอยในแหล่งน้ำไม่ว่าจะเปิดหรือปิด ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นแหล่งน้ำปิดแล้วมีบ่อปลา ก็จะ
    สามารถใช้ได้ จะมีประโยชน์ เพราะปลาสามารถกินขนมปังได้ แต่ถ้าเป็นแหล่งน้ำปิดแล้วไม่มี
    บ่อปลา จะอันตรายต่อสภาพน้ำ เพราะขนมปังจะเกิดการยุ่ย และทำให้น้ำมีค่าบีโอดี หรือค่า
    สารอินทรีย์สูง ไม่สมควรนำมาลอย

    ดร. อาภา หวังเกียรติ ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวว่า สำหรับ
    กระทงขนมปังถึงจะย่อยสลายได้ แต่ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำเน่าได้ เพราะขนมปังเป็นประเภท
    สิ่งที่เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งสารอินทรีย์ก็คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โดยธรรมชาติหากสาร
    อินทรีย์พวกนี้ลงไปอยู่ในแม่น้ำ มันก็จะมีจุลินทรีย์พวกแบคทีเรียมากินเป็นอาหาร

    หากปริมาณของสารพวกนี้ไม่มากนักไม่ถือว่าส่งผลเสียเพราะมันก็จะเปลี่ยนแป้งไปเป็นคาร์บอน
    ไดออกไซต์ หากใช้กระทงขนมปังลอยน้ำในปริมาณมาก ขบวนการนี้ก็จะมีดึงออกซิเจนในน้ำ
    มาใช้ เมื่อใช้ออกซิเจนในน้ำมากไปจะกลายเป็นสาเหตุของน้ำเน่าเสียได้


    ลอยกระทงแบบรักสิ่งแวดล้อม กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด ส่วนกระทงขนมปังกลาย

    นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ก็ได้กล่าวเช่นกันว่าในเทศกาลลอยกระทง
    ปีนี้ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันรณรงค์ใช้วัสดุลอยกระทงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ย่อยสลาย
    ได้ในธรรมชาติ สามารถเก็บขึ้นได้ง่าย และควรหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุจากโฟมและพลาสติก เพราะ
    ใช้เวลาในการย่อยสลายนานมากและเป็นอันตรายกับสัตว์น้ำ รวมถึงกระทงจากขนมปัง หากอยู่
    ในแหล่งน้ำปิด แม้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่หากมีปริมาณมากก็เป็นสาเหตุทำ
    ให้เกิดน้ำเน่าเสีย เพราะขนมปังมีส่วนประกอบที่เป็นสารอินทรีย์คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ
    ไขมัน หากมีสารอินทรีย์ในปริมาณมากและจุลินทรีย์ต้องการปริมาณออกซิเจนเพื่อการหายใจ
    และย่อยสลายวัสดุจากธรรมชาติก็จะยิ่งทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น

    อาจารย์ธนพัฒน์ แสงรุ่งเรือง ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการอาหารนานาชาติ และอาจารย์วิไลลักษณ์
    อาภรณ์รัตน์ หัวหน้าฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ศูนย์ฝึกปฏิบัติการอาหารนานาชาติ มหาวิทยาลัย
    ราชภัฏสวนดุสิต ให้ความรู้ว่า ทางศูนย์ฯ ได้ทำกระทงขนมปังมา 10 ปีแล้ว เนื่องจากทางมหาวิท
    ยาลัยมุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างเทศกาลสำคัญ ๆ มีการจัดกิจ
    กรรมที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เช่น เทศกาลลอยกระทงก็มีการคิดค้นการทำกระทงขนม
    ปังขึ้นมา โดยที่ไม่ใช้สารกันบูด ใส่สีผสมอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ทำให้สามารถรับประทาน
    ได้ปลอดภัยทั้งคน
    และสัตว์
    ลอยกระทงแบบรักสิ่งแวดล้อม กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด ส่วนกระทงขนมปังกลาย


    กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด

    ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ถ้าเทียบระหว่างใบตอง
    กับโฟม จะเห็นได้ว่า หากเศษขยะของโฟมมาก โฟมก็จะใช้เวลาย่อยสลายนาน แต่ว่าโฟมสามารถ
    รีไซเคิลได้ แต่ข้อดีก็จะสู้กระทงหยวกกล้วยไม่ได้ เพราะกระทงหยวกกล้วยจะย่อยสลายได้ง่ายกว่า

    ดร.ขวัญฤดี กล่าวต่อว่า ส่วนกระทงขนมปัง ถ้าใช้ลอยในแหล่งน้ำไม่ว่าจะเปิดหรือปิด ยกตัวอย่าง
    เช่น หากเป็นแหล่งน้ำปิดแล้วมีบ่อปลา ก็จะสามารถใช้ได้ จะมีประโยชน์ เพราะปลาสามารถกินขนม
    ปังได้ แต่ถ้าเป็นแหล่งน้ำปิดแล้วไม่มีบ่อปลา จะอันตรายต่อสภาพน้ำ เพราะขนมปังจะเกิดการยุ่ย และ
    ทำให้น้ำมีค่าบีโอดี หรือค่าสารอินทรีย์สูง ไม่สมควรนำมาลอย

    ถ้าเป็นแหล่งน้ำปิดหรือตามแม่น้ำ หากมีคนเก็บกระทงขึ้น ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าว
    ว่า กระทงหยวกกล้วยจะดีกว่ากระทงโฟมตรงที่เวลาเก็บขึ้นมาแล้วจะย่อยสลายง่ายกว่า ส่วนข้อดีของ
    กระทงโฟมคือสามารถนำไปรีไซเคิลได้ โดยกระบวนการคือแกะออกมาแล้วเอาไปหลอมเป็นพลาสติก
    ได้ใหม่ เป็นเม็ดโฟม ส่วนกระทงขนมปัง ถ้าไปเป็นกระทงอยู่ในสระปลา จะมีประโยชน์กับปลา แต่ถ้า
    เป็นสระน้ำปกติก็ไม่มีประโยชน์อะไร

    ลอยกระทงแบบรักสิ่งแวดล้อม กระทงแบบไหนย่อยสลายดีสุด ส่วนกระทงขนมปังกลาย

    ความหมายของ บีโอดี (Biochemical Oxygen Demand, BOD) หมายถึง ปริมาณของออกซิเจนที่
    แบคทีเรียใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ในเวลา 5 วัน ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส มีหน่วยเป็น
    มิลลิกรัม/ลิตร ค่าบีโอดีเป็นค่าที่มีความสำคัญอย่างมากในการออกแบบและควบคุมระบบบำบัด
    น้ำเสียทางชีวภาพ โดยใช้บ่งบอกถึงค่าภาระอินทรีย์ (Organic Loading) ใช้ในการหาประสิทธิ
    ภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย และใช้สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ

    ส่วนกระทงเทียนหอม ดร.ขวัญฤดี กล่าวว่า ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เป็นเทียนหรือก็คือน้ำมัน"
    จริงๆ คือนำกระทงหยวกกล้วยมาลอยจะดีที่สุด เพราะย่อยสลายง่ายและนำไปกำจัดได้ง่าย แต่
    ทางที่ดีสุดคือลอยร่วมกัน คือ 1 ครอบครัวต่อ 1 กระทง เพราะจะเป็นการลดทำลายทรัพยากรน้ำ
    ได้ดีที่สุด" ดร.ขวัญฤดี กล่าว

    ร่วมรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมในวันลอยกระทง ในวันที่ชาวไทยรำลึกถึงบุญคุณของแม่คงคา จึงไม่
    ควรทำร้ายแม่คงคาด้วยการทิ้งขยะลงไปในน้ำให้เป็นภาระและทำลายสิ่งแวดล้อม

    ข้อมูงอ้างอิงจาก
    www.khaosod.co.th/special-stories/news_1854513
    www.pptvhd36.com/sport/news/19051
    www.dailynews.co.th/article/362818
    ภาพจาก ข่าวสด และKapook.com

    Share FB
    211118

Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias